กลับหน้าหลัก
|
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ส่ง
ข้อความ
มะแอ
mah-air@hotmail.com
30 กรกฎาคม 2553 [09:48:26 AM]
หัวข้อ : แอบดู..พรก.ฉุกเฉิน ๑
............................................................................................
ปืนของรัฐ คือ ปืนของเรา
*****
....ปีพุทธศักราช๒๕๔๗...
ถือเป็นปีเริ่มต้น..... การเปิดศักราชแห่งการแสดงพลังอำนาจ...
และความรุนแรง....
ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ..... ใ
นพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ....
และสงขลาบางส่วน....
วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗
นับเป็น...ปฐมบทแห่งความรุนแรงรอบใหม่...
ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ และ ๔ อำเภอ ของ สงขลา....
กองกำลัง...กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ....
บุกเข้าโจมตีและปล้นปืน...
กองพันพัฒนาที่ ๔ ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์..
หรือที่เรียกกันว่า ค่ายปิเหล็ง....
เพราะตั้งอยู่ที่ ต.ปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จว.นราธิวาส......
ฆ่าทหารตายไปหลายศพ...
ขนอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ไปได้ ๔๑๓ กระบอก...
หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล...
คดีปล้นปืนครั้งนั้น...
อยู่ในความทรงจำของผู้คน.....
ในบริบทของ.....เหตุการณ์ความไม่สงบ....
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้.....
เหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่ๆ.....
ไม่ได้มีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...เท่านั้น.....
ทว่า....ก่อนหน้านั้น....ก็มีการปล้นมาแล้วหลายครั้ง.....
ภายใต้ยุทธการ....ของกลุ่มก่อความไม่สงบ....
ที่เรียกว่า "ปืนของรัฐ คือ ปืนของเรา" ....
การไขปมปริศนา....
คดีปล้นปืน...ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ....ในช่วงที่ผ่านมา...
จึงไม่ได้ตีกรอบ....เฉพาะเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง....
แต่....ยังย้อนไปสืบสวน.....
เหตุการณ์ปล้นปืน....อีกหลายครั้ง...ที่ผ่านมาด้วย....
และพบว่าทุกครั้ง...มีความเชื่อมโยงกัน....
คดีปล้นปืนจำนวน ๔ คดี ....
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ...รับผิดชอบดำเนินการ....คือ...
คดีที่หนึ่ง...
คดีปล้นปืน ๓๓ กระบอก.....
จากอุทยานแห่งชาติบางลาง อ.ธารโต....
และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ....เมื่อวันที่ ๒๐ มิ.ย.๒๕๔๕....
คดีนี้ผลการสืบสวนสอบสวน....
พบอาวุธปืนเอช.เค. ๓๓..จำนวน ๑ กระบอก ..
ในท้องที่ สภ.ยะหา จ.ยะลา..
สภ.ยะหา ....จึงดำเนินคดี....ในข้อหา....ครอบครองอาวุธปืน...
กับผู้ต้องหา ๒ ราย ...
คือ นายนิเซะ เจ๊ะอุมา ....กับ นายอับดุลรอฮิง สนิมิง....
ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ....ซึ่งรับไม้ต่อในคดีนี้....
แจ้งข้อหากบฏ ...ก่อการร้าย...อั้งยี่ และซ่องโจร...
กับ นายนิเซะ เจ๊ะอุมา และนายอับดุลเลาะ อาโก๊ะ.....
คดีที่สอง...
คดีปล้นปืนจำนวน ๑๙ กระบอก.....
จากหน่วยทักษิณพัฒนาที่ ๕ อ.ธารโต จ.ยะลา....
เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๒๕๔๖.....
คดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้อง....
นายอับดุลการิม ยุมอ... นายมะกอเซ็ง มะแร และ นายสุไลมัน คาลี ....
ต่อศาลจังหวัดยะลา เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๕๔/๒๕๔๖
แต่ยังไม่พบอาวุธปืน......
คดีที่สาม....
คดีปล้นปืนจำนวน ๑๓ กระบอก....
จากหน่วยทักษิณพัฒนาที่ ๑๒ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส....
เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๒๕๔๖....
ผลการคลี่คลายคดีของตำรวจ....
ได้สรุปสำนวนให้พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส....
มีความเห็นสั่งฟ้อง....นายมาหามะ สาแก
แต่เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี....
จึงออกหมายจับและประกาศสืบจับไว้แล้ว..
คดีที่สี่...
คดีปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ ๔.....
เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๒๕๔๗....
คนร้ายได้อาวุธปืนไปถึง ๔๑๓ กระบอก.....
คดีนี้อัยการสูงสุด....
มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม ๗ คน...
แต่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง.....
สำหรับคดีนี้...
กรมสอบสวนคดีพิเศษ.....
ได้ทำคดีแยกออกมาอีก ๑ คดี ....
คือ จับกุม นายมะซูกี เซ็ง.....
พร้อมของกลางอาวุธปืนเอ็ม ๑๖....จำนวน ๓ กระบอก...
ที่ถูกปล้นจากค่ายปิเหล็ง....
และได้สอบสวนขยายผล....
จนสามารถออกหมายจับ....
ผู้ต้องหาที่เป็นสมาชิก..ระดับปฏิบัติการ...ได้อีก ๑๑ ราย....
จับกุมได้เพิ่มอีก ๑ คน คือ นายฟาอีซูน อับดุลรอฮะ.....
คดีนี้....อัยการ....
สรุปความเห็น....สั่งฟ้อง...ผู้ต้องหา ทั้ง ๑๑ ราย.....
ทั้งพวกที่ได้ตัวมาแล้ว...และพวกที่อยู่ระหว่างหลบหนี....
ในข้อหากบฏ.... ก่อการร้าย.... อั้งยี่...และซ่องโจร....
พร้อมตั้งข้อหา...ร่วมกันปล้นทรัพย์ หรือ....
รับของโจรกับ นายมะซูกี เซ็ง เพิ่มด้วย ....
แต่จำเลย....ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล... และหลบหนี
เมื่อสืบสวนลึกลงไป....
ดีเอสไอ....สรุปว่า....
น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคล...
ที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน....
และเป็นองค์กรขนาดใหญ่....
เพราะสามารถลงมือก่อเหตุได้...โดยใช้เวลาไม่นาน....
มียุทธวิธี...แบ่งหน้าที่กันทำงาน....
มีการข่าว และชำนาญเส้นทาง ...
ข้อมูลของ ดีเอสไอ....
ชี้ชัดว่า....การปล้นปืน....
เป็นหนึ่ง....ในยุทธวิธี....ของขบวนการก่อความไม่สงบ....
ที่มีเจตนาแบ่งแยกดินแดน....
ซึ่งใช้เวลาบ่มเพาะ ฟักตัว และเติบโตอย่างแยบยล...
มายาวนานนับสิบปีแล้ว....
กระทั่งปี ๒๕๔๔.....
เมื่อขบวนการ....เริ่มมีความพร้อม.....
แกนนำคนสำคัญรายหนึ่ง.....
ได้สั่งการ....ให้แนวร่วมเลิกใช้วิธีนำเงิน.....
ที่รวบรวมได้จากสมาชิก...ไปซื้ออาวุธปืน.....
มาใช้ในการแบ่งแยกดินแดน....
แต่....ให้ใช้ยุทธวิธี....
ที่เรียกว่า "ปืนของรัฐ คือ ปืนของเรา" แทน ....
จากนั้น....
จึงเริ่มมีเหตุการณ์ปล้นอาวุธปืน...ของทางราชการ..
ครั้งสำคัญๆ รวม ๔ ครั้ง....
และครั้งใหญ่ที่สุด...คือการปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็งนั่นเอง....
บทสรุปของ ดีเอสไอ... ณ วันนั้น...
ก็คือ... ผลการสอบสวนเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า.....
เหตุการณ์ความไม่สงบ....ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของ.....
ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น....
ซึ่งเป็นองค์กร....
ที่มีการแบ่งโครงสร้างภายใน...อย่างชัดเจน..
เช่น ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายทหาร เป็นต้น....
และได้มีการออกหมายจับ...ในงวดแรกถึง ๒๒ คน...
วันนี้...ขอเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความรุนแรง...
ซึ่งส่งผลอย่างต่อเนื่อง...มาจนถึงทุกวันนี้....
และนี่คือ...จุดเริ่มต้นในการประกาศใช้ กฏอัยการศึก
ต่อมา...ก็ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ๒๔๙๕
จนปี ๒๕๔๘ ก็ได้มีการปรับปรุง พ.ร.ก.ฯ ใหม่...
และนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน...
ไว้วันศุกร์หน้า...จะมาเจาะลึกกันอีกที...
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 1
จำนวนผู้ตอบ : 0
PooH
29 กรกฎาคม 2553 [11:04:29 AM]
หัวข้อ : รวมโฆษณา แบบทะลึ่งๆ หื่นๆ ขำๆ
............................................................................................
การโฆษณาหากผู้เสพจำได้ถือว่าสำเร็จไปกว่าครึ่ง โดยเฉพาะมุขความ Sexy จำติดตาเลย อิอิ
http://youtu.be/k5okI_VVeBg
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 23
จำนวนผู้ตอบ : 2
ลูกเป็ดขี้เหร่
26 กรกฎาคม 2553 [21:52:07 PM]
หัวข้อ : ใบขับขี่หาย
............................................................................................
ถ้าใบขับขี่หาย (ตลอดชีพ) แล้วแจ้งหาย ใบใหม่นี้จะได้กี่ปี่คะ ...ขอบคุณค่ะ
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 90
จำนวนผู้ตอบ : 8
สาวเสื้อแดง
23 กรกฎาคม 2553 [08:29:33 AM]
หัวข้อ : เจาะข่าวตื้นตอนใหม่ ยายมีเลี้ยงหอย
............................................................................................
เอามาฝาก สิ่งที่สื่อทีวีไม่ค่อยตั้งคำถาม มีแต่เล่าข่าว
http://www.youtube.com/watch?v=4pv3uTM8amI
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 55
จำนวนผู้ตอบ : 1
สรตุ๊ด
21 กรกฎาคม 2553 [11:29:25 AM]
หัวข้อ : update สตช.
............................................................................................
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.53 ที่ผ่านมา ก.ตร.ได้มีมติอนุม้ติร่างระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ "ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย" ฯลฯ
คำว่า ผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย หมายความว่า ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย และเป็นผู้ทำการระงับอัคคีภัยหรือดับเพลิง กู้ภัย บรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆอันเกิดขึ้นทั้งทางบก น้ำ และอากาศ ซึ่งอยู่ในสภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน ตั้งแต่ตำแหน่ง รอง ผกก.หรือเทียบเท่าลงมา ซึ่งดำรงตำแหน่งในระดับผู้ปฏิบัติงานหรือควบคุมการปฏิบัติงานโดยใกล้ชิด
ชั้นสัญญาบัตร จะได้อัตราเดือนละ 3,000 บาท
ประทวน จะได้อัตราเดือนละ 2,300 บาท ครับ
ประธาน ก.ตร. ลงนามในระเบียบนี้เมื่อ 30 เม.ย. 2553 ที่ผ่านมา ก็มีผลบังคับใช้ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ
จึงเรียนมายังบรรดาขาประจำและขาจรทุกท่านเพื่อรับทราบครับ
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 77
จำนวนผู้ตอบ : 0
PooH
20 กรกฎาคม 2553 [07:39:38 AM]
หัวข้อ : วันนี้ขอเอาเรื่องขำๆ มาคลายเครียด ลดบรรยากาศมาคุทางการเมืองละกันค่ะ
............................................................................................
วันนี้ขอเอาเรื่องขำๆ มาคลายเครียด ลดบรรยากาศมาคุในนี้ละกันค่ะ
เรื่องขำๆ ยาย กับหลาน(เด็กแว๊น)ข้างบ้าน..........
ยกที่ 1
หลาน : ยาย...ยาย
ยาย : หา?
หลาน : ยายว่างไหมเนี่ย?
ยาย : ว่าง
หลาน : คุยด้วยคนนะยาย
ยาย : เอาสิหลานเอ้ย...นั่งก่อน ๆ
หลาน : ยายก็ลุกขึ้นสิ
ยาย : ทำไมยายต้องลุกขึ้นด้วยล่ะ
หลาน : ผมจะได้นั่งก่อน
ยกที่ 2
หลาน : ยาย...ยาย
ยาย : หา?
หลาน : ยายปีนี้ดูแก่มากเลยนะยาย...อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ?
ยาย : เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยายอายุ 50 ไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังจะ 50 อยู่หรือเปล่า ไม่ได้นับมานานแล้ว
หลาน : โห...ยาย ป่านนี้มันไม่เหลือ 9 ขวบแล้วหรอ...แล้วลูกเต้าไม่มีหรอยายถึงมานั่งคนเดียวเนี่ย
ยาย : มี...
หลาน : อ้าว...แล้วทำไมเค้าไม่มาด้วยล่ะ
ยาย : มีลูกชายสองคน คนหนึ่งอยู่ระยอง คนหนึ่งอยู่เชียงใหม่โน่น คุณคนหนึ่งมันจะให้ยายไปอยู่เชียงใหม่...อีกคนหนึ่งจะให้ยายไปอยู่ระยอง...ตัดสิน ใจไม่ถูกไม่รู้จะไปอยู่กับใคร?
หลาน : โอ้โฮ...ยายนี่โชคดีจังเลย ลูกแย่งกันเลี้ยง
ยาย : โชคดีกะผีอะไรล่ะ...ก็คุณคนที่อยู่ระยอง...มันจะให้ไปอยู่เชียงใหม่ คุณคนที่อยู่เชียงใหม่...มันจะให้ไปอยู่ระยอง
หลาน : เออ...ยาย...อย่าไปคิดมากเลย อายุปูนนี้ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ก็ถือว่าโชคดีแล้ว
ยาย : โอ๊ย...แข็งแรงที่ไหนกัน ตอนนี้กำลังแย่เลย
หลาน : แย่ที่ไหนยาย...ก็เห็นแข็งแรงดี
ยาย : เดี๋ยวนี้ยายมีอาการแปลก ๆ เช่น นั่ง ๆ อยู่เนี่ย...ถ้าลุกขึ้นปุ๊บ...มันจะยืนทุกทีเลย
หลาน : เป็นอะไรไม่รู้ลุกแล้วยืนน่ะมันธรรมดานะยาย...ยายเคยเห็นคนล้มทั้งยืนไหมยาย?
ยาย : ไม่เคย
หลาน : อยากเห็นไหม?
ยาย : อย่าเลย...ยายแก่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็นอะไร
หลาน : อ้าว...เป็นอะไรไปเหรอยาย?
ยาย : สงสัยจะแก่ตัวมาก นั่งนาน ๆ แล้วมันจะมีปัญหา
หลาน : มันเป็นยังไงหรอยาย?
ยาย : อีขาซ้ายนี่มัน...ชา
หลาน : แล้วขาขวาล่ะยาย?
ยาย : กาแฟ
หลาน : ผมว่ายายต้องรีบไปหาหมอแล้วล่ะ
ยาย : ทำไมล่ะ?
หลาน : ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ มันจะเป็นโอวัลตินนะยาย
ยาย : อืม...แล้วพอยืนนาน ๆ นะ...ขาซ้ายมันจะปวด
หลาน : โอ๊ย...เป็นเรื่องธรรมดายาย อายุมากแล้วนี่มันก็ปวดสิ
ยาย : ไม่จริงหรอก...ขาข้างขวานี่ก็อายุเท่ากัน...ไม่เห็นมันปวดล่ะ?
ยกที่ 3
ยาย : เออ...นี่หลานรู้ป่าวมียาฝรั่งตัวหนึ่งชื่อ ไวอากร้า ถ้าคนที่นกเขาไม่ขันเป็นมะเขือเผาอ่อนปวกเปียกนี่ เม็ดเดียว กินก่อนนอนภายใน 20 นาทีเท่านั้นได้เรื่องเลย...แข็งโป๊กเลย
หลาน : ยายรู้ได้ไง?
ยาย : ยายลองมาแล้ว...วันก่อนแอบไปซื้อมาเม็ดหนึ่ง จะเอามาให้ตากิน แต่ยายไม่กล้าบอกตาตรง ๆ เพราะคนที่นกเขาไม่ขันนี่ เขาจะอาย จะรู้สึกว่าเสียเชิงชาย ยายเลยนั่งคิดว่าเอจะเอาให้ตากินยังไงดี พอดีวันนั้นแกอยากกินผัดไท ยายนึกออกเลยเอายาบดจนละเอียดแล้วโรยในจานผัดไท ยกไปให้ตากิน พอวางบนโต๊ะเสร็จยายก็แอบดู
หลาน : เป็นไงยาย...ได้ผลไหม?
ยาย : ได้ผลกะผีอะไรล่ะ ตามันไม่ยอมกินผัดไท
หลาน : อ้าว...ทำไมล่ะยาย?
ยาย : ก็เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดไทมันแข็งโด่ทั้งจานเลย
ยกที่ 4
หลาน : แล้วตาเป็นไงบ้างล่ะครับ...สุขภาพแข็งแรงดีไหม?
ยาย : เดี๋ยวนี้แย่ ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง
หลาน : อ้าว...ทำไมล่ะยาย
ยาย : วันก่อนบ่นว่าปวดหัว...มีไอนิดหน่อย...ยายเลยให้ไปหาหมอ หมอเล่นซะหมดแรงไปเลย....
หลาน : เอ๊ะ...หมอเค้าทำไร...ตาถึงหมดแรง??
ยาย : หมอมันชุ่ย...พวกหมอเดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้...พอตรวจเสร็จให้ยามากิน มันเขียนฉลากยาหวัด ๆ เช้าเม็ด...กลางวันเม็ด...เย็นเม็ด...ตาแกหูตาไม่ค่อยดี...พอเขียนหวัด ๆ แกอ่านไม่ชัด เห็น ม.ม้า เข้าใจว่าเป็น ย.ยักษ์ ...ก็ล่อซะสามเวลาเช้า-กลางวัน-เย็นเลย ตอนนี้นอนแผ่หราลิ้นห้อยอยู่ที่บ้าน
หลาน : อ้าว...แล้วทำไมยายไม่บอกล่ะว่าอ่านผิด
ยาย : ยายบอกแล้วมันไม่เชื่อ...มันไม่เชื่อยาย ...แต่มันเชื่อหมอ เมื่อเช้านี้เห็นว่าไปหาหมอมาอีกแล้ว
หลาน : หมอว่าไงล่ะยาย?
ยาย : มันบอกหมอว่า...พอกินยาหมอ...ไม่รู้เป็นไรมันหมดแรง...อาการไข้ก็ยังไม่ดีขึ้น ...หมอถามว่า เพิ่มก่อนนอนอีกสักครั้งไหม?!?!
ยกที่ 5
ยาย : หลานเอ้ย...
หลาน : จ้ะยาย...
ยาย : คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน
หลาน : จ้ะยาย
ยาย : หลานเอ้ย...คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน
หลาน : จ้ะยาย
ยาย : หลานเอ้ย...คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน....
หลาน : โอ๊ย รู้แล้ว...พูดซ้ำซากอยู่นั่นแหละรำคาญ
ยาย : คุณหลาน ...เอ็งนี่ ช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย
ยกที่ 6
ยาย : นี่เอ็งเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมไหม
หลาน : เชื่อสิยาย
ยาย : เขาบอกว่า...ถ้าเราฆ่าไก่...เราจะเกิดเป็นไก่ ถ้าเราฆ่าวัว...เราจะเกิดเป็นวัว ถ้าเราฆ่านก...เราจะเกิดเป็นนก
ยาย : ยาย...เห็นทีผมจะต้องฆ่าคนซะแล้วล่ะยาย
ยกที่ 7
หลาน : เออ...ยาย...ฉันจะเปิดร้านใหม่ล่ะยาย ...ยายช่วยไปอุดหนุนฉันหน่อยนะยาย...ฉัันอยากให้ยายไปอุดหนุนเป็นคนแรกเลย...
ยาย : โอ๊ย...ไม่มีปัญหา ...เรามันคนกันเอง เออ...ว่าแต่ แกจะเปิดร้านอะไรล่ะ?
หลาน : ร้านขายโรงศพจ้ะยาย
ยาย : อ้ายเวร...ปากไม่เป็นมงคล ...เอ็งจำไว้เลย ข้าจะไม่เหยียบเข้าร้านเอ็งจนวันตาย...
หลาน : ถ้าถึงวันตายแล้วอย่าลืมมาอุดหนุนนะยาย
ยกสุดท้าย
ยาย : นี่ ๆ ...ยายก็มีหลานชายอยู่คนหนึ่ง...กำลังเรียน ...เป็นเด็กดีเหลือเกิน ...กตัญญู...เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดยาย...พอยายจะเอาชามไปล้าง ...หลานชายมันเข้ามาห้าม...มันบอกว่า...วันนี้เป็นวันเกิดยาย...ยายอย่าล้างชามเลย
หลาน : แหม...เป็นเด็กดีจริง ๆ เลยนะหลานยายเนี่ย
ยาย : เออ...มันบอกกองเอาไว้ก่อน...พรุ่งนี้ค่อยล้าง เอ้อ ยายต้องไปแล้วล่ะคุณหนู
หลาน : อ้าว...ทำไมล่ะยาย?
ยาย : ต้องรีบไปล้างจาน?
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 62
จำนวนผู้ตอบ : 3
เต๋อ
19 กรกฎาคม 2553 [23:13:08 PM]
หัวข้อ : เพื่อนนอรอตอสี่สามจบเน
............................................................................................
อยากบอกเพื่อนๆที่ยังไม่ทราบว่ามีเพื่อนเราไปร่ำเรียนจบเนติบัณฑิตอีกหลายคนสรุปนะ (หากผิดพลาดขอโทษด้วย) 1) พ.ต.อ.อนุชา รมยานนท์ 2) พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจน์นิรันทร์กิจ (อยู่ดีเอสไอ) 3) พ.ต.อ.ชาญวิทย์ สุริยา 4) พ.ต.ท.เดชา ณ ลำปาง (เป็นอัยการแล้ว) 5) พ.ต.ท.โกศล วงษ์สถาน 6)พ.ต.ท.ยิ่งรัตน์ สอาดยิ่ง 7) พ.ต.ท.ไพโรจน์ ปัญจประทีป 8) พ.ต.อ.ภมร รัตนสมัย (มีคนบอกให้เฟสบุ๊ค)
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 497
จำนวนผู้ตอบ : 6
สะใภ้43
19 กรกฎาคม 2553 [22:55:44 PM]
หัวข้อ : เผื่อใครอาจจะเจอ แบบนี้บ้าง
............................................................................................
วันที่ 14 สิงหาคม > เวลาประมาณ 11.00 น. เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้
ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจาก ถนนจันทน์ มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ติด ถ.แจ้งวัฒนะ- ปากเกร็ด
ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่ 140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก 2 ครั้งเพื่อลดความเร็ว
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมได้ลองใหม่อีก 3 ครั้ง คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก 2 ครั้ง เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ความเร็วอยู่ที่ 130 กม/ชม. ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน
เพื่อนแนะให้ลดเกียร์ จาก D เป็น 2 และ L ความเร็วลดจาก 130/ ชม. เป็น 120- 110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้
ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า 10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ไม่มีผลเลย
ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว และคิดว่าถ้าไม่มีอุบัติเหตุใดใดเลยจะขอทำบุญบวชอีกครั้งในชีวิต
( บวชพราหมณ์หรือพระภายใน 2 ปีนี้ ) และจะเริ่มลดละบาปกรรม
เพื่อนได้แนะอีกครั้ง และสมาธิเริ่มรวบรวม ความพยายามประมาณครั้งที่ 7 โดยการดับเครื่อง
คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ 5 กม.. กว่ารถจะหยุดได้ ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้
เหมือนรอดตายพ้นนรก ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา
ผมได้เดินอีกประมาณ 100 เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่ ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ
รอประมาณ 10 นาที ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่ ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น
ได้สอบถามกับอู่รถแล้ว อู่แจ้งว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่คันเร่งค้างจากสาเหตุดังกล่าว เนื่องจากกล่องสัญญาณกันขโมยจะติดตั้งอยู่เหนือคันเร่งติดตัวถังรถ
สิ่งที่ควรกระทำคือ ตั้งสติแล้วโยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่าง จากนั้นปิดสวิทช์กุญแจงดับเครื่องยนต์และเปิดไฟฉุกเฉิน รถก็ยังวิ่งอยู่แล้วค่อย ๆ เหยียบเบรคเป็นระยะ ๆ ความเร็วรถจะค่อยลดลง จนสามารถจอดรถได้
การปิดสวิทช์กูญแจงรถยนต์ดับเครื่องเลยในขณะที่เกียร์รถไม่อยู่ที่ N รถก็ยังวิ่งอยู่เครื่องยนต์และระบบเกียร์จะเสียหายมากกว่าที่อยู่ช่อง N ครับ
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 47
จำนวนผู้ตอบ : 0
สาวเสื้อแดง
aaaa@yahoo.com
19 กรกฎาคม 2553 [16:28:34 PM]
หัวข้อ : ความจริงที่..สน.ลุมพินี........M79..มาจากไหน
............................................................................................
ความจริงที่..สน.ลุมพินี........M79..มาจากไหน
หลังจากที่ผมได้เขียนเรื่อง ความจริงที่ ซอยงามดูพลี เป็นครั้งแรก ผมก็ไม่ได้เ ขียนเรื่องอะไรอีกเลย ผมเชื่อในเรื่องของความจริง ความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ความจริงที่ สามารถพูด ได้โดยไ ม่กระดากปาก ความจริงที่ สะท้อนจาก กระจกเงา ก็ยังเป็นความจริง ที่สำคัญที่สุด ความจริงจะ ไม่มีวันแปรเปลี่ยน แม้วันเวลา จะผันเปลี่ยนไป และสุดท้าย ความจริงที่อยู่ในใจ จะคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่าจะเกิด อะไรขึ้นก็ตาม
ผมขอเล่าเรื่อง ความจริงที่ สน.ลุมพินี โดยที่จะไม่ระบุ วันและเวลา ที่แน่นอนเป๊ะๆ เพราะเรื่องที่ เกิดขึ้นที่นั่น ล้วนมาจาก ปากคำของผู้ ที่อาศัยอยู่ บริเวณนั้น อีกทั้งตำรวจ หลายสิบนาย ที่ต้องรับชะตากรรม เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ความจริงที่ ผมจะเล่าต่อไปนี้ กับความจริง ที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น จะเป็นความจริง เรื่องเดียวกัน หรือไม่ "ฟ้าดินเท่านั้น ที่รู้ดีที่สุด" แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ที่ช่วยยืนยัน และ สามารถพิสูจน์ได้ คือ มีคนตาย และมีคนเจ็บ จากเหตุปะทะ ที่บริเวณนั้น เหตุการณ์ทหาร ยิงปืนใส่ ประชาชนที่ ซอยงามดูพลี และบริเวณ สถานีตำรวจลุมพินี เกิดขึ้นใน ระยะเวลาอัน ใกล้เคียงกัน และด้วยเหตุผล เดียวกัน คือคนเสื้อแดง จะเข้าไป เติมการชุมนุมที่ สี่แยกราชประสงค์ คนเสื้อแดงที่จะไปร่วมชุมนุม ส่วนมากจะเป็น คนในพื้นที่นั้น บ้างเป็นพ่อค้าแม่ค้า ในตลาด. บ้างเป็นคนขี่ รถมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง บ้าง ป็นแม่บ้าน บ้างเป็น คนหนุ่มคนสา และที่ขาดไป ไม่ได้เลย ลูก เมีย และญาติๆ ของตำรวจ ที่ประจำอยู่ที่ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็น ตัวละครเอก ของเรื่อง ความจริงที่ สน.ลุมพินี จะเกิดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีตัวละครเหล่านี้ ณ วันนั้น คนเสื้อแดง ที่อยู่รอบนอก พื้นที่ ประชาธิปไตย รู้สึกร้อนใจ และ เป็นกังวล พราะ คนในครอบครัวบางคน ยังอยู่หน้าเวทีร าชประสงค์ อีกทั้ง เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ ยังรวมตัวกัน อยู่ที่นั่น ด้วยความเป็นห่วง คนเหล่านั้น ได้รวมตัวกัน เพื่อเดินทาง เข้าไปใน พื้นที่ ต้องห้าม ของทางราชการ มันเป็นพื้นที่ ที่ทางทหาร เรียกขานว่า "..พื้นที่สังหาร.." ใครก็ตาม ที่เข้าใกล้ จะถูกยิงทันที ไม่ว่าคุณ จะเป็นใคร คุณไม่มีสิทธิที่ จะยืนอยู่ตรงนั้น
อนิจจา คนเสื้อแดงทั้งหลาย จะรู้หรือไม่ ว่าทหาร จะยิงทุกสิ่ง ที่เคลื่อนไหว มันคงเป็น คราวเคราะห์ และ ความโชคร้ายของเขาเอง ที่ไม่ฟังคำเตือน จากผู้มีอำนาจว่า "..ห้ามเข้า....ใครฝ่าฝืน...ยิงสถานเดียว.." ชาวบ้านแถวนั้น และ ลูกเมีย ตำรวจ ลุมพินี ก็เหมือนกับ ชาวบ้าน ระแวก ซอยงามดูพลี ที่ไม่เคยคิดว่า ทหาร จะยิงประชาชน ผู้ไร้อาวุธ ภาพของ ทหารผู้กล้า ที่สู้รบกับ กองกำลัง ต่างชาติ เช่น เวียตนาม ลาว ยังติดตรึงอยู่ในหัวใจ
ภาพของทหารผู้เสียสละ ภาพของทหาร ผู้หิวโหย และ อ่อนล้า
ภาพของทหาร ที่เสียชีวิต และ บาดเจ็บ ยังคงฝังลึก อยู่ใน ก้นบึ้ง ของ จิตใจ ความดีงาม ที่เหล่าทหาร ทำไว้ ไม่ได้ ด้อยค่า ไปตาม กาลเวลา มันจะเป็น ไปได้ อย่างไร ที่วีรบุรุษ เหล่านั้น จะกลับกลาย เป็นซาตาน กระหายเลือด ที่ดีใจ และ สะใจ ทุกครั้ง ที่ลั่นไกปืน มันจะ เป็นไปได้ อย่างไร ที่วีรบุรุษเหล่านั้น จะละการทำดี มาทำชั่ว และ มันจะเป็น ไปได้อย่างไร ที่วีรบุรุษ เหล่านั้น เลือกที่ จะอยู่ข้าง ผู้มีอำนาจ แทนที่จะเป็น ประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่ มันก็เป็นไปแล้ว ภาพดีงามต่างๆ ได้เปลี่ยนไป มันค่อยๆ ละลายหายไป จากความทรงจำ ภาพความชั่วร้ายไ ด้เข้ามาแทนที่ "..มันคง เป็นลิขิต ของฟ้า.." อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด คนเรา ไม่สามารถ ฝืนโชคชะตา ที่ถูกกำหนด ไว้แล้ว มีแต่ทำใจ และเดินต่อไป ให้ดีที่สุด เท่าทีจะทำได้
ย้อนกลับไป บริเวณที่ ใกล้เคียงกับ สน.ลุมพินี สิ้นเสียงปืน ที่ดังขึ้นอย่างถี่ยิบประชาชน หลายคน ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจที่ประจำ อยู่ที่สถานีสี่นาย ได้ขับรถ ออกมา เพื่อนำคนเจ็บ ไปส่ง โรงพยาบาล ทันใดนั้น เสียงปืน ก็ดังขึ้น อีกครั้ง คราวนี้ เป็นคราวเคราะห์ ของตำรวจบ้าง สามในสี่ถูกทหารยิง ความโกลาหล เกิดขึ้น มีเสียงปืนดัง มาจากทาง ฝั่งตำรวจบ้าง ใครล่ะ จะไม่ยิงโต้ตอบ ในเมื่อ ลูก เมีย ญาติ เพื่อนๆ ถูกยิง ต่อหน้าต่อตา มันเป็น การยิงสวน ไปหาทหาร ที่อยู่บริเวณนั้น และนี่เป็น จุดเริ่มต้นของ "..M79 ถล่ม สน.ลุมพินี และ แฟลตตำรวจ.."
ผมได้มีโอกาส พูดคุยกับ ประชาชน และตำรวจที่อยู่ ในเหตุการณ์เหล่านั้น พวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องไป ตามจับ คนชุดดำ ที่ไหนหรอก โน่นแน่ะ ตัวจริงเสียงจริง ตัวเป็นๆ ใส่ขุดสีเขียว ที่ถล่ม แฟลตตำรวจ เพื่อเป็น การสั่งสอน ตำรวจ ทั้งหลาย ให้เจียมเนื้อ เจียมตัว อย่ามาขัดขวาง การทำงาน ของทหาร ตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร และ ชั้นประทวน หลายนาย พูดด้วย สีหน้าเจ็บแค้น ปนหดหู่ จะให้พวกเขา ทำอย่างไร ประชาชน ถูกยิง ต่อหน้าต่อตา อีกทั้ง คนในครอบครัว ก็โดนยิงอีก แถมด้วยคำสั่ง จากผู้มีอำนาจ "..ให้วางตัวเป็นกลาง.." คือการเอาหู ไปนา เอาตา ไปไร่ ไม่ต้องรับรู้ ไม่ต้อง ทำอะไร ขอให้ อยู่เฉยๆ เหมือนกับ บทเพลง เพลงหนึ่ง "..เฉยไว้ เฉยไว้ เดี๋ยวก็ดีเอง.." ในที่สุด ตำรวจทั้งหลาย ก็รู้ว่า ควรทำ อย่างไร พวกเขา ต่างทยอย ออกไป ตรวจตรา นอกสถานีตำวจ เมื่อ M79 ลูกที่3 ลูกที่4 และ ลูกต่อไปมา เยี่ยมเยือน ผมยังจำได้ดี ถึงประโยคที่ว่า "..อย่าว่า แต่พวกพี่ ที่ โดนยิงเลย พวกผมยังโดน ลูกน้องผม ยังวิ่งหนีตาย ออกจาก โรงพักหมด.." สำหรับ ทุกท่าน ที่ชอบค้นหา ความจริง สามารถ สอบถาม จากตำรวจที่ สน. ลุมพินี เพียงถาม คำถาม แล้วให้เขา พยักหน้าว่า ใช่หรือไม่ ถ้าต้องการ คำตอบยืนยัน อีกชั้นหนึ่ง สอบถาม ได้จาก หน่วยอรินทราช 26 ว่ามีบันทึก การไปเยือน สน.ลุมพินี ในยามค่ำคืนนั้น และกลับออกมา ในเวลา ไม่นานนัก บอกแล้วไง "..เฉยไว้.....เฉยไว้.....เดี๋ยวก็ดีเอง..".....
คนเขียนเรื่องนี้ พักอาศัยอยู่ในซอยงามดูพลี
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 55
จำนวนผู้ตอบ : 1
มะแอ
mah-air@hotmail.com
19 กรกฎาคม 2553 [15:15:10 PM]
หัวข้อ : โปลิศ...จิตไม่ว่าง!!
............................................................................................
เรียน..เพื่อนๆ ที่รักทุกคน
เขียนเรื่องเล่า วันนี้...ให้เพื่อน ๆ อ่านมาแล้ว ๖ ตอน....
คงเบื่อๆ...เซ็งๆ...กันแล้ว มั้ง !!!!
เดี๋ยว...เดี๋ยว...เดี๋ยว..จะเปลี่ยนเรื่องใหม่ให้...
ส่วนเรื่องเล่าวันนี้...ผมได้รวบรวมเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คแล้ว..
มี ๑๐ ตอน....ยาวประมาณ ๒๐๐ หน้า...
ส่วนที่ยังไม่เอามาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง...มีทั้งสนุก...เศร้า..เคล้าน้ำตา..
ตอนนี้...รอเพื่อนบอย...พิจารณาเนื้อเรื่องก่อน...ว่าพอจะพิมพ์ขายได้มั้ย...
ถ้าป๋าบอย...สั่งลุย...เพื่อน ๆ ..ช่วยไปอุดหนุนแล้วกัน...ที่เล่า ๆ มา..
ยังเป็นแบบย่อ ๆ อยู่...ขอบคุณเพื่อน ๆ ล่วงหน้าด้วย...
สังคมเมืองไทยเรา...ตอนนี้...
ต้องเผชิญกับเมฆหมอกของเผด็จการ...
เมฆหมอกของอำนาจ...
เมฆหมอกของความไม่เป็นประชาธิปไตย...
กู...หมายถึง...ประชาธิไตยแบบทั่วโลกเขายอมรับน่ะ....!!!!
ไม่ใช่ประชาธิปไตย...แบบคนไทยกลุ่มหนึ่งยอมรับ...
แต่อีกกลุ่มไม่ยอมรับ...
บ้านเมืองก็วุ่นวาย...พินาศสันตะโร..กันพอดี...
มีอยู่เรื่องหนึ่ง...
ที่ตำรวจเรา...และประชาชนคนไทย...
ต้องยอมรับ...การครอบงำจากสิ่งหนึ่ง...
ที่ทำให้รู้สึกได้ว่า...บ้านเราเหตุการณ์ไม่ปกติ...
เพราะบ้านเรา...กำลังอยู่ในภาวะ...
"สถานการณ์ฉุกเฉิน" ...
ไม่ใช่ สถานการณ์ฉุกเฉินธรรมดาด้วย....
เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง...
เน้นว่า...ขั้นร้ายแรง..น่ะ...
ที่เป็นอย่างนี้เพราะ...หลังจากมีม็อบเสื้อแดง...
บุกสี่แยกราชประสงค์...
ปิดถนนหนทาง...เรียกร้องประชาธิปไตย...
ชาว กทม.ฯ เดือดร้อน..กันทั่วหน้า...
หลังจากนั้น...ไม่นาน...
ก็มีภาพข่าว...ของกล่มชายชุดดำ...
แฝงตัวปนอยู่กับกลุ่มม็อบเสื้อแดง...
มีการใช้อาวุธปืนสงคราม....
ปืนเอ็ม ๗๙ ยิงทำร้ายผู้คน...และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร...
บาดเจ็บ...ล้มตาย...กันหลายคน...
รัฐบาล....ได้ใช้ความอดทนแล้ว...แต่ไม่ไหวแล้ว...
สถานการณ์ที่ว่าฉุกเฉินอยู่แล้ว...
กลับฉุกเฉินมากยิ่งขึ้น...
รัฐบาล...เห็นว่าจำเป็นแล้วที่จะต้อง..เร่งนำความสงบกลับคืนมา...
และเพื่อยับยั้ง...สถานการณ์ฉุกเฉิน...
ให้กลับสุ่ความสงบอย่างทันท่วงที....
รัฐบาล...ก็เลยต้อง "ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง"...
เพื่อระดมกำลัง...เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง...
ตำรวจ...และฝ่ายพลเรือน...
รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร...
เพื่อร่วมกัน...ปฏิบัติการนำความสงบความมาสู่ กทม.โดยเร็ว....
เสียงก่นด่า...เสียงเรียกร้อง...จากชาว กทม.ดังมากขึ้นทุกวัน...
เสียงก่นด่า...จากฝ่ายตรงข้ามกับเสื้อแดง...
หาว่า...รัฐบาล บ๋ มีไก๊...
ไม่เด็ดขาด...ปล่อยให้บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ได้....
ถ้าไม่กล้าตัดสินใจ...ก็ให้ลาออกไป...
อย่า..กระนั้นเลย...สูเจ้า...
กว่าเราจะได้อำนาจปกครองประเทศมานั้น..แสนยากเข็ญ...
ฟังแล้ว...ฟังแล้ว...รู้แล้ว ชาว กทม.เป็นฐานคะแนนหลักของรัฐบาล...
งั้น...นั่งเฉยๆ..คอยดูน่ะ..จะปราบม็อบให้ดู...
นั่นเลยเป็นที่มา...ของสถานการณ์ตึงเครียด..จนทุกวันนี้...
รัฐบาล...ก็เลย... "ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง"
ในพื้นที่ กทม. และ อีกหลายจังหวัด...
ซึ่งตาม พ.ร.ก.ฯ ตำรวจเรา...มีอำนาจและหน้าที่...
ต้องปฏิบัติหลายประการ...
ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฯ ก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฯ ด้วย
ผมคิดว่า...เพื่อน ๆ หลายคน..คงมีภารกิจอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
ส่วนพี่น้องประชาชน...ก็เริ่มงงๆๆๆๆ...ว่าจะทำตัวยังงัย...
กลัวพลาดท่า...ไปทำผิด พ.ร.ก.ฯ อาจจะถูกจับได้...
ดังนั้น...เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคน....
ผม...ซึ่งทำงานอยู่ ปัตตานี...คุ้นเคยกับ พ.ร.ก.ฯ เป็นอย่างดี...
เข้าใจ..ข้อกฏหมาย...วิธีนำไปใช้...และผลกระทบ...ต่างๆ ...
ผมจะนำเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาอธิบายให้ฟัง...
เพื่อเพื่อน ๆ และคุณผู้อ่านทั้งหลาย...
จะได้..ประเทืองปัญญา...
ก็ถือว่า...เป็นอาหารสมอง...ชนิดหนึ่ง..น่ะเพื่อนน่ะ
กูตั้งใจว่า...จะตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า
"โปลิศจิต...ไม่ว่าง
ตอน: แอบดู...พ.ร.ก.เพราะเรารักกัน!
ยังงัย...ก็ขอความเห็นเพื่อน ๆ ด้วย...ว่
าจะอ่านมั้ย...ถ้าสนใจก็แจ้งความประสงค์...ด้วย...จ
ะเป็นกำลังใจอย่างยิ่ง
ระดับความน่าสนใจ :
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 86
จำนวนผู้ตอบ : 7
[ หน้า1 จาก39 ]
[
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
]
[ หน้า1 จาก39 ]
[
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
]
TOP
Copyright 2006-2010 and Powered By :
Police Pran43.com